WeLoveMed.com

บทสัมภาษณ์แพทย์

บทสัมภาษณ์ นพ. วารินทร์ วชิรปัญญานุกูล รายการสายตรงสุขภาพ ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ วันที่ 1 มีนาคม 2558
ฟังสัมภาษณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

– ทำไมร่างกายถึงมีเหงื่อ
เมื่อมีกิจวัตรประจำวัน ร่างกายจะเกิดกระบวนการเมตาโบลิซึม ผลคือจะเกิดความร้อนในร่างกาย การหลั่งเหงื่อจะช่วยทำให้ความร้อนในเซลล์ระดับร่างกายถูกถ่ายเทออกไป เป็นการควบคุมความร้อนในร่างกายอยู่ในระดับเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต

– วิธีสังเกตเหงื่อออกมากผิดปกติ
ร่างกายขับเหงื่อเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมในร่างกาย เหงื่อออกปกติจะไม่ได้ออกมาท่วมตัว ยกเว้นแต่กรณีที่มีการผลิตความร้อนในร่างกายมากๆ ยกตัวอย่างเช่น การออกกำลังกายความร้อนในร่างกายมากกว่ากิจวัตรประจำวันที่ใช้ทั่วไป เหงื่อจะออกเยอะมาก เพื่อให้ความร้อนในร่างกายควบคุมได้
อีกกลุ่มหนึ่ง ภาวะที่เหงื่อออกมาเหมือนออกกำลังกายเยอะๆ ในขณะที่เราอยู่ในกิจวัตรประจำวันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายแต่มากกว่าปกติ

– คนไข้แบ่งเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มปฐมภูมิ พวกที่ไม่ได้มีโรคภัยไข้เจ็บแต่ว่ามีเหงื่อมากกว่าปกติ เหงื่อจะออกเฉพาะจุด เช่น ที่มือ รักแร้ ศีรษะ ใบหน้า ออกหยดติ๋งๆ ไม่เป็นเวลา ที่เท้าก็เป็นได้ คนไข้ส่วนใหญ่จะมีเหงื่อทั้งมือและเท้า ไม่ได้มีสาเหตุชัดเจนจากโรคภัยไข้เจ็บหรือยาที่กิน เกิดในคนที่มีอายุน้อย อายุต่ำกว่า 25 หรือเป็นตั้งแต่เด็ก
กลุ่มทุติยภูมิเหงื่อจะออกทั่วตัว ไม่เหมือนกลุ่มแรกที่จะออกแค่มือเท้ารักแร้ และจะเป็นสองข้าง กลุ่มนี้เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ จะมีเมตาโบลิซึมที่สูง ทำให้ความร้อนในร่างกายมีมาก มีโอกาสหลั่งเหงื่อออกมามาก หรือโรคอ้วน ผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน โรคบางโรคเช่น เบาหวาน มีรายงานว่ามีเหงื่อเพิ่มขึ้นได้ วัณโรคปอด มะเร็งจากต่อมน้ำเหลือง เหงื่อจะออกทั่วตัว และตอนนอนเหงื่อจะออกได้โดยที่ไม่รู้ตัว กลุ่มแรกในช่วงนอนมักจะไม่เกิด

– กลุ่มแรกพอเป็นจะหายไปเองหรือไม่หรือจะอยู่ติดตัวไปตลอด
คนไข้ส่วนหนึ่งคุยกับพ่อแม่ ซึ่งมีอาการเช่นกัน แต่ตอนโตก็ดีขึ้น แต่ยังไม่มีการศึกษา คนไข้อยู่จนโตแล้วไม่ดีขึ้นและมีผลต่อชีวิตประจำวัน

– เกิดจากพันธุกรรมได้หรือไม่
จากรายงานประมาณ 30-40% จากการศึกษาคนไข้ 130-150 ราย คุณพ่อหรือคุณแม่เป็น 40% ดังนั้นพันธุกรรมก็เป็นส่วนหนึ่ง

– คนไข้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
จากรายงานไม่ได้แยกชัดเจน จากคนไข้โรงพยาบาลตำรวจ 400 กว่าราย ที่เจอก็ไม่ได้ต่างกัน

– ความรุนแรงในผู้หญิงหรือผู้ชายต่างกันหรือไม่
ไม่ เท่าๆ กัน

– เวลาที่เหงื่อออกเยอะๆ จำเป็นที่จะต้องรักษาไหม จำเป็นต้องไปหาหมอหรือไม่ เป็นโรคไหม
ถ้ารู้สึกว่าออกมากกว่าปกติ รูปแบบของการมือเหงื่อเป็นอย่างไร ถ้ากลุ่มปฐมภูมิ เหงื่อจะออกตามมือ เท้า รักแร้ และจะออกสองข้าง ขณะที่อีกกลุ่ม เหงื่อจะออกทั่วตัว เป็นคนขี้ร้อนเหงื่อออกง่าย ตอนนอนเหงื่อออกได้ คนไข้ที่ออกมาก้ำกึ่งระหว่างทั้งสองกลุ่ม แพทย์จะทำการวินิจฉัยหาสาเหตุด้วยหลายๆ วิธี ตามแต่ฐานของโรคที่คุยกับคนไข้แล้วคิดว่าเป็นอะไร จะต้องหาว่าเป็นกลุ่มปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามาหาจะตรวจเช่นไทรอยด์เป็นยังไง ไทรอยด์โต ลักษณะออกทั่วตัว จะต้องเจาะเลือดดูว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษไหม หรือผู้หญิงที่น้ำหนักเยอะมากๆ มีความรู้สึกว่าเหงื่อออกเยอะ แต่เป็นในวัยที่อายุมากแล้ว ก็จะต้องส่งไปให้หมอตรวจเรื่องต่อมไร้ท่อ เพื่อจะดูเรื่องน้ำหนัก

– หลายๆ คนไม่รู้จักโรคนี้ มีชื่อโรคหรือไม่
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Hyperhidrosis ภาษาไทย จะแปลตามภาษาอังกฤษ คือ ภาวะมีเหงื่อมากผิดปกติ กลุ่มปฐมภูมิ เรียกว่า Primary และกลุ่มทุติยภูมิ เรียกว่า Secondary

– ในเมืองไทยมีจำนวนมากน้อยขนาดไหน และต่างประเทศเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่คนในแถบไหน ยุโรปหรือเอเชีย ที่เป็นกันเยอะ
ในรายงาน 0.6-1% ของประชากร 1-200 คนจะมี 1 คน คนกลุ่มนี้มีอยู่พอควร สมัยที่ผมไปดูงานที่ต่างประเทศและได้ความรู้เรื่องนี้มา ก็ชวนขึ้นไปดูการผ่าตัดรักษา และแพทย์ได้บอกว่า ให้ขึ้นมาดู จำไว้ แล้วเอาไปใช้ ผมถามเค้าว่าโรคนี้มีเยอะแค่ไหน ซึ่งตอนนั้นผมจบแพทย์มา 10 ปีแล้ว ผมยังบอกว่าผมยังไม่เคยเจอคนไข้เลย แต่ความเป็นจริงหลังจากได้ความรู้ตรงนี้มา ก็เริ่มมีคนไข้ซึ่งเป็นคนรู้จักกันและเป็นโรคนี้อยู่ หลังจากผ่าตัดมีอาการดี หลังจากผ่าตัดไป 2-3 ราย เริ่มมีความมั่นใจ หนังสือพิมพ์ก็มาออกข่าว หลังจากนั้นเรารู้ว่ามีคนไข้เยอะมาก เริ่มเข้ามา ใน 1-2 ปีแรก มีคนไข้ 100 คน จะมีคนไข้ส่วนหนึ่งที่มีปัญหากับเรื่องนี้ แต่หาทางออกไม่ได้ เมื่อสื่อออกข่าวจะทำให้เค้ารู้ว่ามีทางออกและเข้ามา

– โรงพยาบาลตำรวจเป็นที่ที่มีการผ่าตัดเป็นที่แรกในประเทศไทย
ใช่ครับ เท่าที่รู้นะครับ

– ทำการผ่าตัดตั้งแต่ปีไหน
ตั้งแต่ 1998-1999 ประมาณ 14-15 ปีที่แล้ว

– จนกระทั่งปัจจุบันมีจำนวนคนไข้เยอะไหม มีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นไหม มีดัชนีที่ชี้วัดหรือไม่ว่าคนเป็นเยอะขึ้นหรือเท่าเดิมหรือบางคนไม่มารักษา
ความมากขึ้นคงไม่ใช่ แต่จำนวนประชากรที่เป็น มีอยู่ เค้าเสาะแสวงหาเจอหรือไม่ แล้วเกิดความมั่นใจที่จะรักษาหรือไม่ จากสถิติใน 10 กว่าปีที่ทำมา ประมาณ 400-450 คน ในช่วงแรกจะค่อนข้างเยอะ เพราะเพิ่งรู้ว่ามีการรักษา แต่จากสถิติที่ดูมา อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างจะคงที่ ไม่ได้ต่ำลง ถ้าไป search ในเว็บไซต์ เช่น Google ก็จะเห็นคำถามพวกนี้อยู่เยอะ

– มีการแนะนำให้ไปปรึกษาหมอแน่นอน แต่จำเป็นไหมที่จะต้องรักษา
เรื่องหลัก อยู่ที่ความรู้สึกกังวลหรือความรู้สึกว่าชีวิตประจำวัน ถูกทำให้ ไม่เป็นไปตามปกติ กับภาวะที่มีเหงื่อที่มือ ที่หน้า และที่รักแร้ ผมเชื่อว่า คนอยู่ส่วนหนึ่งมีการอาการพวกนี้ แต่ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา มีคนอีกส่วนหนึ่ง มารักษาด้วยเหตุผลที่ว่าชีวิตเค้าต้องเข้าสังคม เช่น เป็นนักศึกษา เวลาไปเรียนหนังสือ Lecture กระดาษก็แฉะหมด คนออกแบบทั้งหลาย บุคลากรที่ใช้มือ เช่น key คอมพิวเตอร์ นักดนตรีก็ยังเคยเจอ สีไวโอลิน มีปัญหา ชีวิตประจำวันที่จะต้องเข้าสังคม ความมั่นใจในการเข้าสังคม และพวกที่ต้องทำงานที่จะต้องจับมือถือแขนกัน นักเรียน นักศึกษาค่อนข้างเยอะ

– วิธีการรักษาจะทำให้เหงื่อลดลงหรือหายขาด
ขอแยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มทุติยภูมิ วิธีการรักษาคือหาสาเหตุ การรักษาตามสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ การรักษาคือรักษาไทรอยด์ คนไข้ที่อ้วนผิดปกติ เหงื่อออกเยอะ รักษาเรื่องน้ำหนัก ผู้หญิงที่อยู่ในวัยทองก็รักษาตามเกณฑ์ของวัยทอง
กลุ่มปฐมภูมิ คือกลุ่มที่ออกมือ เท้า และรักแร้ เป็นตั้งแต่วัยเด็ก และไม่มีสาเหตุ หลักการรักษาแบ่งเป็นใหญ่ๆ 2 วิธี กลุ่มที่ไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัด และ กลุ่มที่รักษาด้วยการผ่าตัด
กลุ่มที่ไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัด มีได้ตั้งแต่ การใช้ยาทา ยกตัวอย่าง ที่วงแขน ยาที่ทารักแร้ ระงับเหงื่อ ทั้งหลาย ส่วนที่มือก็ใช้ อลูมิเนียมคลอไรด์ นอกจากยาชนิดนี้ก็มีสารบางตัว เช่น โบท็อกซ์ ที่ใช้ฉีด ที่บริเวณวงแขนที่เหงื่อออกเยอะ ยากินก็มีส่วนอยู่บ้าง แต่อาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ เนื่องจากมีผลต่อสภาพร่างกายทั่วตัว ทำให้ปากแห้ง ตาแห้ง ตาพร่าได้ ยากินเป็นเหมือนการลดเหงื่อทั้งตัว ซึ่งมีผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะ ถ้าใช้โบท็อกซ์จะอยู่ได้ 4-6 เดือน แต่มีราคาแพงมาก ถ้าฉีดตามตัวต่างๆ จะจุดละ 2 หมื่น ซึ่งราคาเท่าๆ กันกับผ่าตัด จะอยู่ได้ระยะหนึ่ง ต้องไปเติมบ่อยๆ และค่าใช้จ่ายสูง โรลออนบางคนบอกเอาไม่อยู่ มีชนิดพิเศษหรือไม่ กลุ่มที่ใช้อยู่คือ อลูมิเนียมคลอไรด์ ใน เปอร์เซ็นต์ที่ต่างกันไปแล้วแต่คนไข้ ความรุนแรง ถามว่าใช้ได้ผลไหม ในคนที่เป็นไม่เยอะก็จะได้ผล ในการรักษาทั้งหมดที่พูดเป็นการรักษาแบบชั่วคราว หมายความว่า ทำแล้วจะดีขึ้น อย่างเช่น อลูมิเนียมคลอไรด์ ทาที่มือก่อนนอน บางทีก็อยู่ได้สักวันสองวันหรือสามวัน แล้วก็ต้องมาทาใหม่ ปัญหาคือไม่หายขาด และค่าใช้จ่าย โบท็อกซ์ก็เป็นอีกตัวหนึ่ง ไม่ได้ฉีดได้ทั่วร่างกาย จริงๆ แล้วที่ใช้เยอะคือ แถวที่ออกเยอะตามรักแร้ ก็จะเหมาะกับใช้โบท็อกซ์ ถ้าเป็นหน้า เป็นมือก็ไม่เหมาะ ลองคิดดูว่าต้องฉีดพื้นที่ ทั้งหมดของผิวหนัง เพื่อให้ไประงับที่ต่อมเหงื่อ มันเจ็บมาก และใช้เวลาเยอะ อยู่ได้ 4-6 เดือน ข้อดีคือ เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ข้อด้อยคือการไม่หายขาด
วิธีที่ 2 ก็คือ วิธีผ่าตัด ในหลักการก็จะเป็นการรักษาที่หายขาดได้

– เทคนิคการผ่าตัด
ที่โรงพยาบาลตำรวจทำอยู่ การผ่าตัดถือว่าหายขาด เท่าที่ทำมา ตัวเลขของเราเองหรือนานาชาติก็ไม่ต่าง ประมาณ 95-97% ของคนไข้ อัตราการเกิดใหม่ เกิดได้ 1-2% ในสองปีแรก

– เครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดส่องกล้อง
การส่องกล้องหมายความว่าแผลจะเล็ก ลักษณะคือคนไข้จะได้รับการดมยาสลบ – (ภาพ ตำแหน่งของแผล)

ตำแหน่งของแผล

แผลที่จะลงผ่าตัด ขีดดำ 2 เส้น บอกให้รู้ถึงตำแหน่งวงแขน แผลผ่าตัดจริงๆ คือแผลเล็กๆ ตรงกลางรักแร้ แผลผ่าตัดมีขนาด 1 เซ็นต์ หรือ หนึ่งเซ็นต์เศษๆ – (ภาพ ลักษณะของกล้อง)

ลักษณะของกล้อง

หลังจากนั้นจะใช้เครื่องมือทางการแพทย์เปิดแผลผ่าตัด แล้วก็ ขณะที่ดมยาสลบจะทำการแฟบปอดข้างที่จะทำการผ่าตัดชั่วคราว ทำให้มีช่องว่างในการส่องกล้องเข้าไป เพื่อจะดูหาตำแหน่งของปมประสาท อันนี้คือ ลักษณะของกล้อง เป็นทรงกระบอกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 1 เซ็นต์ ผ่านเข้าไปในแผลผ่าตัด และเข้าไปในช่องอก – (ภาพ บรรยากาศในห้องผ่าตัด)

บรรยากาศในห้องผ่าตัด

9641396412

ภาพที่ส่องเข้าไปเสร็จ หมอผ่าตัดก็จะดูภาพซึ่งออกทางทีวี – (ภาพ ช่องอก)

ช่องอก1

สิ่งที่จะใช้ พอส่องเข้าไปในช่องอก – (ภาพ เส้นประสาท)

เส้นประสาท1

จะเห็นว่ามีเส้นประสาทที่เป็นแนวตั้งสีเหลืองๆ ที่ขนานไปกับกระดูกสันหลัง อันนี้คือ เส้นประสาทอัตโนมัติ จะมีปมประสาทที่เป็นสีเหลืองใหญ่ๆ นูนๆ ขึ้นมา อันนี้คือปมประสาท คือในหลักการการหลั่งเหงื่อเริ่มมาจากระบบสมอง ที่รับรู้ว่าร่างกายมีความร้อน ส่งผ่านสัญญาณลงมาเข้าที่ปมประสาท จากปมประสาทอันนี้จะส่งสัญญาณต่อไปยังร่างกายส่วนต่างๆ ตัวปมประสาทจะเป็นตัวที่ควบคุมแต่ละระดับในร่างกาย อย่างเช่น มือ จะเป็นปมประสาทที่อยู่ในช่องอก ดังนั้นการผ่าตัดอันนี้มีความเหมาะสมกับการรักษาพวกที่มีเหงื่อแฉะที่มือ หรือที่รักแร้ ดังนั้นจะเอาเครื่องมือส่องไปที่อกและภาพก็จะออกที่จอ ศัลยแพทย์ก็จะดูภาพแล้วหาปมประสาทตามรูปที่ให้เห็น อันนี้เป็นรูปที่ผ่าตัดอยู่ และรูปขวาล่างคือรูปของปมประสาทที่ถูกตัดออกไป

– เราจะตัดปมประสาทตรงไหนเพราะมีเยอะมากจากรูปที่ดู
เรารู้ว่าปมไหนที่เหมาะสมกับการรักษา ในทางการแพทย์ทุกวันนี้จะทำที่ ปมประสาทที่ 4 หรือปมที่ 3 ในระดับช่องอก ซึ่งตำแหน่งที่เรารู้ว่าพอทำแล้วจะทำให้สัญญาณการหลั่งเหงื่อที่มือมันหมดไป ตามลูกศรที่ในภาพ หลักการคือว่า ที่ต้องแฟบปอดเพราะตรงนี้เป็นซี่โครงที่อยู่ที่ปอด เวลาแฟบปอดจะเห็นปมประสาทที่ชัดเจน ทำให้มีช่องว่าง อันนี้เป็นภาพขณะผ่าตัด ที่เห็นขาวๆ คือซี่โครง เส้นประสาทคือไล่ลงมา เสร็จแล้วจะไปหาตัวปมประสาทและใช้เครื่องมือทางการแพทย์เข้าไปทำ รูปล่างสุดคือรูปปมประสาทที่ถูกตัดออกไป ผลอันนี้คือทำให้ไม่มีสัญญาณผ่านไปถึงต่อมเหงื่อที่บริเวณมือหรือรักแร้ ทำให้ไม่มีการขับเหงื่อ ซึ่งวิธีนี้ทำทั้งสองข้าง อันนี้คือภาพที่พลิกคนไข้มาทำข้างซ้ายจากเมื่อกี้ทำข้างขวาด้วยวิธีเดียวกัน ระหว่างที่คนไข้ผ่าตัดอยู่จะไม่รู้เรื่องเพราะดมยาสลบอยู่

– ใช้เวลาผ่าตัดประมาณกี่ชั่วโมง
2 ข้างประมาณ 1 ชั่วโมง

– 2 ข้างผ่าตัดกี่จุด
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีเหงื่อออก โดยทั่วไปถ้ามีเหงื่อที่มือและใบหน้าจะใช้จุดเดียวพอ แต่ถ้ามีมือและมีปัญหาที่รักแร้ร่วมด้วยจะทำ 2 จุด โดยทำตำแหน่งใกล้ๆ กัน คือใช้เวลาผ่าตัดไม่ได้มากขึ้น 2 จุดคือ ใช้ผ่าตัด 4 จุด ถ้านับทั้งสองข้าง หลังจากผ่าตัดเย็บแผลประมาณ 1 เซ็นต์

– ยุบปอดแล้วจะหายใจออกไหม
ขณะผ่าตัดไม่ได้มีหมอเฉพาะศัลยแพทย์ จะมีหมอวิสัญญี ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นการให้คนไข้หลับ และใช้ท่อใส่เข้าไปเพื่อช่วยในการหายใจ เทคนิคในการผ่าตัดต้องการช่องว่างในช่องอก ปกติปอดอยู่เต็มช่องอก ถ้าไม่แฟบปอดก็จะไม่มีช่องว่างในการไปหาปมประสาท และเรื่องความปลอดภัยที่จะไปโดนปอด เมื่อสักครู่คือปม คือจี้ๆ ทำการตัดอยู่ โดยวิธีนี้จะทำให้การหายใจไม่มีปัญหา เพราะว่าถูกควบคุมโดยเครื่องช่วยหายใจขณะผ่าตัด และก็พอผ่าตัดข้างนี้เสร็จจะทำให้ปอดข้างนี้นูนกลับมาปกติและพลิกไปทำอีก ข้าง หลังจากที่ทำสองข้างเสร็จทำให้ปอดขยายตามปกติ

– พอหลังจากผ่าตัดปกติ มือแห้งสนิท เท้าแห้ง รักแร้ไม่มีเหงื่อเลยไหม
ผลการรักษาได้ผลอย่างที่แจ้งคือ ถ้าเป็นมือ 95-97% ตามตัวเลขที่เรามี รักแร้ตามรายงานประมาณ 85-90% ที่ใบหน้าก็ประมาณ 85-90% ถามว่าแห้งขนาดไหน คนไข้ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ก็มือจะแห้งอย่างน้อยระดับ 90% ขึ้นไป สมัยก่อนการผ่าตัดอยู่ในตำแหน่งที่เราจี้ปมประสาท สมัยแรกๆ เราจี้ปมประสาทระดับตำแหน่งที่ 2 ของช่องอกเป็นตำแหน่งเริ่มต้นที่ทำแบบนี้ ผลดีคือทำให้มือแห้งมาก แต่มีผลข้างเคียงซึ่งคือเหงื่อชดเชย ซึ่งจะพูดต่ออีกที พอเป็นแบบนี้ทุกวันนี้การผ่าตัดหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่จะทำให้มือแฉะน้อยลง เยอะๆ ขณะเดียวกันก็ไม่มีเหงื่อชดเชยเยอะ ทุกวันนี้การทำผ่าตัดจะทำที่ปมประสาทที่ 4 ในช่องอก ซึ่งต่ำกว่าแต่เดิม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ 2 ผลที่ได้พบว่า มือไม่ได้แห้งผากทีเดียว อาจจะแห้งไปสัก 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ผลที่ได้คือ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้หมดทุกอย่าง และก็ขณะเดียวกันเหงื่อออกชดเชยที่ตัวจะน้อยลง คือหลายคนที่ทำในระดับที่ 2 หลายคนบ่นว่าแห้งไป เช่น พนักงานแบงค์ นับแบงค์ไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะใช้โลชั่นช่วยได้

– จากที่กล่าวไปได้ผลกับ มือรักแร้หน้า แล้วเท้าได้ผลเท่าไหร่
ตามกายวิภาคตำแหน่งของเท้า ปมประสาทที่มาควบคุมกลไกการหลังคือปมประสาทที่อยู่หลังช่องท้องไม่ใช่ช่องอก ดังนั้นการผ่าตัดโดยหลักการแล้วไม่สามารถรักษาเหงื่อที่เท้าได้ แต่ว่าโดยตัวเลขที่มีและรายงานของต่างประเทศจะคล้ายกัน คือ สัก 30-40% ของคนไข้ที่มารักษา มือ รักแร้ดีขึ้นหมด และเท้าดีขึ้น 30-40% ดีขึ้นไม่ถึงแห้งแต่มีน้อยลง ที่อยากจะบอกคือว่า คนไข้ที่จะรักษา เรื่องหลักคือ เรื่องมือ รักแร้ และหน้ามากกว่า ถ้าคุณคาดหวังว่าเท้าเป็นปัญหาหลักก็ไม่น่าจะเหมาะกับการผ่าตัด

– ผลข้างเคียงเมื่อรักษาเสร็จ มีผลข้างเคียงหรือไม่
มีครับ อันนี้เป็นสิ่งที่คนไข้ต้องรู้และชั่งน้ำหนัก คือการรักษาทำให้ต่อมเหงื่อปริมาณหนึ่ง หยุดทำงานไม่มีสัญญาณไป ประมาณ 20-30% หยุดทำงานคือไม่มีสัญญาณส่งไป ในหลักการส่วนที่เหลือจะทำหน้าที่ขับเหงื่อที่เกิดขึ้นจากความร้อนในร่างกาย ของเรา ทำให้คนไข้โดยส่วนใหญ่คือ มือรักแร้จะแห้งขึ้น ชีวิตประจำวันจะดีขึ้น แต่ว่าตามแผ่นหลัง ต้นขา หน้าอก มีโอกาสที่เหงื่อจะออกง่ายขึ้น เป็นคนไข้กลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ลักษณะที่เป็นในลักษณะซึ่งเวลาอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน ชื้น หรือ อับๆ จะมีโอกาสที่เหงื่อออกง่ายขึ้นกว่าเดิม คนไข้ 70-80% ที่จะเป็นแบบนี้

Translate »